UFACASINO ข่าวกีฬา : รุกขั้นเทพ! ลิเวอร์พูล สุดจัดถล่มวัตฟอร์ด


ลิเวอร์พูล กลับคืนฟอร์มเทพอีกครั้งหลังโชว์ผลงานขั้นเทพเดินหน้าฆ่าไม่เลี้ยง วัตฟอร์ด ส่งผลให้ “หงส์แดง” เจอร์เก้น คล็อปป์

ลิเวอร์พูล นายใหญ่ชาวเยอรมัน ตัดสินใจดร็อป โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หัวหอกบราซิเลียนในเกมรับมือ วัตฟอร์ด เนื่องจากนักเตะยังฟิตไม่เต็มร้อย

ลิเวอร์พูล

   เริ่มเกม ลิเวอร์ เป็นฝ่ายเขี่ยบอล โดยพวกเขาไล่กดดันทีมเยือนทันที แต่เกมยังไม่มีอะไรน่าหวาดเสียว ขณะเดียวกัน ซาลาห์

หลังจากนั้น วัตฟอร์ด พยายามเปิดเกมบุกหวังเอาประตูคืน และมีโอกาสทะลุมาถึงกรอบเขตโทษ แต่แนวรับเจ้าบ้านสกัดออกไปได้ทำให้ได้แค่ลูกเตะมุม

และในจังหวะนี้ วัตฟอร์ด เสียบอลทำให้ ลิเวอร์พูล สวนกลับ โดย โอริกี้ ทิ่มบอลให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปเปิดบอลแต่ติด ฮิวจ์ส และได้เตะมุม แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ลิเวอร์พูล ยังเดินเครื่องต่อเพื่อหวังทำประตูเพิ่ม โดยนาทีที่ 14 อเล็กซานเดอร์-อาร์โนล์ มีโอกาสเปิดบอลริมเส้น แต่ไม่ผ่านมือ ฟอสเตอร์ หลังจากนั้นเจ้าบ้านได้เสียวอีกในนาทีที่ 16 ซาลาห์ ทิ่มบอลให้ เจ้าหนูเทรนท์ ที่เติมเกมเข้ามาในเขตโทษ

และพยายามส่งบอลแต่ไปติด เคร็ก แคธคาร์ต ก่อนจะชน ฟอสเตอร์ ทำให้บอลออกหลังไป

เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะตะบันเต็มข้อบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ ฟอสเตอร์ รับติดมือสบายอุรา อีก 3 นาทีต่อมา อาร์โนลด์ มีโอกาสเปิดบอลเข้าไปในที่หน้าประตูแต่บอลผ่านหน้า มาเน่ กับ ซาลาห์ ไปอย่างน่าเสียดาย

    เข้าสู่นาทีที่ 36 อาร์โนลด์ เปิดยาวให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปในเขตโทษและยิงไปติด ฟอสเตอร์ แต่บอลชนเสากระเด็นเข้าทาง มาเน่ แต่ทำอะไรไม่ได้

และในจังหวะต่อเนื่อง มิลเนอร์ ได้เลี้ยงหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่โดนแนวรับทีมเยือนสกัดบอลมาเข้าทาง โอริกี้ ที่ส่งคืนให้ ฟาบินโญ่ ตะบัน 25 หลาบอลลอยออกไปแบบมีลุ้น

   ในนาทีที่ 40 วัตฟอร์ดมีโอกาสดีที่จะได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ ดีนี่ย์ เปิดบอลเลียดเข้าไปในเขตโทษแต่ มาติป สกัดทิ้งไปได้ทัน อีกสองนาทีต่อมาทีมเยือนมีลุ้น

   เข้าสู่นาทีที่ 43 เป็นฝั่ง ลิเวอร์ ที่สร้างโอกาสทำประตูอีกครั้งเมื่อ โอริกี้ ส่งบอลให้ ซาลาห์ ซึ่งรีบส่งต่อให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่วิ่งทะลุเข้ามาในเขตโทษ

และมีโอกาสเปิดบอลเข้าไปที่หน้าประตู แต่น่าเสียดายที่บอลผ่านหน้า มาเน่ ไปแค่ไม่กี่หลา เกมนี้ท่านเปาทดเจ็บแค่ 1 นาที และไม่มีอะไรเกิดขึ้นจบครึ่งแรก ลิเวอร์ นำ 2-0

   เข้าสู่ครึ่งหลัง วัตฟอร์ด  พยายามกดดันเจ้าบ้าน แต่ยังทำอะไรไม่ได้ และ ลิเวอร์ มีโอกาสสวนกลับเมื่อ ซาลาห์ ได้บอลและเลี้ยงไปที่กรอบเขตโทษ

ก่อนส่งให้ อาร์โนลด์ ซึ่งดันเปิดบอลโด่งไปหน่อยทำให้ มาเน่ พลาดโอกาสทำประตู จากนั้นในนาทีที่ 49 โอริกี้ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง และ โรเบิร์ตสัน วิ่งแตะบอลแต่น่าเสียดายที่บอลผ่านหน้าประตูไป

    อีกหนึ่งนาทีถัดมา โอริกี้ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายข้ามให้มาให้ ซาลาห์ ที่ยืนอยู่ฝั่งขวา และ ดาวเตะอียิปต์กระชากบอลไปจนถึงเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเข้ากลาง

แต่ ฟอสเตอร์ มือไวปัดออกหลังได้ทัน เข้าสู่นาทีที่ 52 วัตฟอร์ด มีโอกาสเมื่อ เดเลโฟว โชว์ความเร็วเลี้ยงบอลจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเพื่อนเข้ามาช่วยทำให้พลาดโอกาสทองไป 

    นาทีที่ 55 วัตฟอร์ด ได้จังหวะฟรีคิกโดยเปิดเข้าไปในเขตโทษ และ มาติป สกัดไม่ขาดไปเข้าทาง แคธคาร์ต และตะบันเต็มข้อแต่บอลไปติด อาร์โนลด์

ออกหลังไปอย่างหวุดหวิด อีก 4 นาทีถัดมา โรเบิร์ตสัน มีโอกาสกระชากบอลจากแดนหลัง และส่งให้ โอริกี้ ที่ซัดหน้ากรอบเขตโทษสองครั้งแต่ติดแนวรับคู่แข่งหมด

    ลิเวอร์พูล ยังคงครองเกมและสร้างความหวาดเสียวได้อย่างต่อเนื่อง  และในนาทีที่ 63 จากการประสานงานกันระหว่าง มาเน่ ส่งให้ โอริกี้ ที่คืนกลับให้ มาเน่ ซึ่งกลับตัว 360 องศายิงประตูแต่ติดแนวรับวัตฟอร์ดบอลลอยข้ามคานออกไป ถัดมาไม่กี่นาที ไวจ์นัลดุม มีโอกาสส่องหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเข้าซอง ฟอสเตอร์ สบายๆ 

   เข้าสู่นาทีที่ 66 ลิเวอร์ ได้ครองเกม และ มิลเนอร์ ส่งบอลให้ โรเบิร์ตสัน จากนั้นก็ส่งต่อไปยัง โอริกี้ และ ดาวยิงชาวเบลเยียม พยายามเลี้ยงบอลเข้ามาในระยะทำการก่อนตะบันเต็มเท้าบอลพุ่งเสียบเสาแรกอย่างเฉียบคม ส่ง “หงส์แดง” นำ 3-0

ลิเวอร์พูล

  วัตฟอร์ด พยายามจะทำประตูให้ได้ โดยในนาทีที่ 68 ดีนี่ย์ ลองส่องไกล แต่บอลออกเสาไปแบบไม่มีลุ้น  จากนั้นในนาทีที่ 69 คล็อปป์

   จากนั้นไม่นาน วัตฟอร์ด สร้างความหวาดเสียวเมื่อ เกรย์ ที่เพิ่งลงสนามมาได้ไม่กี่นาที่มีโอกาสได้ซัดบริเวณมุมขวาประตู แต่ อลีสซง ปัดได้อย่างหวุดหวิด จากนั้น “แตนอาละวาด” ยังพยายามบุกต่อและมาได้ฟรีคิกที่กรอบเขตโทษฝั่งขวา

จากนั้นเปิดเข้ากลาง แต่แนวรับตัดบอลไม่ขาด และ อดัม มาซิน่า  โหม่งสวนกลับเข้าไปตรงกลาง โดย เกรย์  หลุดกับดักล้ำหน้ำ และตะบันเต็มข้อแต่บอลโดนแขน อลีสซง ข้ามคาน

   เข้าสู่นาทีที่ 78 ลัลลาน่า ลงมาแทน มาเน่ และอีกนาทีถัดมา ลิเวอร์ ได้ฟรีคิก และเป็น อาร์โนลด์ อีกแล้วที่เปิดบอลอย่างแม่นยำเข้าหัว ฟาน ไดค์ ช่วยให้ “เดอะ เร้ดส์” นำห่าง 4-0

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ยังเดินเกมราว “เครื่องจักรสีแดง”  และ โรเบิร์ตสัน โชว์การเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ ฟาน ไดค์ โขกเต็มหัว ส่งทีมนำ 5-0 จากนั้น คล็อปป์ จัดการส่ง นาบี เกอิต้า ลงมาแทน ไวจ์นัลดุม ในนาทีที่ 84

โดยในช่วงเวลาที่เหลือ “เดอะ เร้ดส์” เล่นแบบประครองตัว ก่อนที่ท่านเปาจะเป่านกหวีดยาวหมดเวลา ส่งให้เกมนี้เจ้าบ้านถล่ม วัตฟอร์ด ยับ 5-0

ขอบคุณข้อมูลสาระจาก : google,siamsport

สามารถดูข่าวเพิ่มเติมได้ ที่นี่